สบู่เลือด

Responsive image
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ เสนอแนะ

ระบบจะตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง
ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะและข้อมูลเพิ่มเติม เราจะนำข้อมูลของท่านไปพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น


สบู่เลือด หรือ ว่านสบู่เลือด ชื่อวิทยาศาสตร์ Stephania pierrei Diels จัดอยู่ในวงศ์บอระเพ็ด (MENISPERMACEAE)

สมุนไพรสบู่เลือด มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า บัวเครือ (เพชรบูรณ์), บัวกือ (เชียงใหม่, เพชรบุรี), บัวบก (กาญจนบุรี, นครราชสีมา), เปล้าเลือดเครือ (ภาคเหนือ), โกฐหัวบัว (ภาคกลาง), พุ่งเหมาด้อย (เมี่ยน), เป็นต้น[1]

ลักษณะของสบู่เลือด

  • ต้นสบู่เลือด จัดเป็นไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่ม มีหัวขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน ลักษณะกลมแป้น เปลือกของหัวมีสีน้ำตาล ส่วนเนื้อในหัวมีสีขาวนวล มีรสชาติมันและเฝื่อนเล็กน้อย โดยลำต้นจะแทงขึ้นจากหัว โค้งงอลงสู่พื้นดิน เป็นไม้กึ่งเลื้อยทอดยาวได้ประมาณ 3-5 เมตร[1]

  • ใบสบู่เลือด มีใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน ใบมีลักษณะเป็นรูปเกือบกลม หรือเป็นรูปกลมคล้ายใบบัว แต่จะมีขนาดเล็กกว่า ใบมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-6 เซนติเมตร บางครั้งมีติ่งหนามที่ปลาย เนื้อใบบางคล้ายกระดาษแต่แข็ง มีเส้นใบออกจากโคนใบเป็นรูปฝ่ามือ เส้นใบเป็นร่างแหค่อนข้างทั้งสองด้าน มีก้านใบติดอยู่ที่กลางแผ่น ก้านใบยาวประมาณ 2-3.5 เซนติเมตร[1],[3]
  • ดอกสบู่เลือด ออกดอกเป็นช่อแบบกระจุกตามซอกใบหรือง่ามใบ ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ก้านช่อดอกเรียวเล็ก ยาวประมาณ 7-8 มิลลิเมตร ดอกเป็นแบบแยกเพศ ดอกเพศผู้มีก้านดอกยาวประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ดอกมีกลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ เป็นรูปขอบขนานหรือรูปไข่กลับ มีสีเหลือง เนื้อกลีบนุ่ม มักมีขนาดไม่เท่ากัน กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ไม่มีกลีบดอก เกสรเพศผู้เชื่อมติดกัน ไม่มีก้านหรือติดบนก้าน ยาวประมาณ 0.5 มิลลิเมตร[1],[3]
  • ผลสบู่เลือด ผลเป็นแบบมีเมล็ดเดียวแข็ง มีลักษณะเป็นรูปทรงกลมหรือค่อนข้างเป็นรูปไข่กลับ มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวประมาณ 7-8 มิลลิเมตร ผนังของผลชั้นในจะมีรูเล็ก ๆ ตรงกลาง ด้านบนมีตุ่มเรียงกันเป็น 4 แถว โค้ง และมีทั้งหมดประมาณ 16-19 ตุ่ม[1],[3]

สรรพคุณสบู่เลือด

  1. ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ด้วยการใช้หัวนำมาตากแห้งบดเป็นผง ใช้ผสมกับน้ำผึ้งเป็นยาลูกกลอนนำมารับประทาน (หัว)[3]
  2. ช่วยทำให้เกิดกำลัง ช่วยบำรุงกำหนัด (หัว, ก้าน)[1]
  3. ช่วยบำรุงธาตุไฟ (ใบ)[1]
  4. หัวนำมารับประทาน ช่วยทำให้เจริญอาหารและแข็งแรง (หัว)[3]
  5. เครือนำมาต้มใส่ไก่ร่วมกับว่านมหากาฬ ใช้รับประทานเป็นยาบำรุงเลือด (เครือ)[3]
  6. ช่วยบำรุงเส้นประสาท (ราก)[1]
  7. รากหรือหัวนำมาตำใช้พอกศีรษะ ช่วยแก้อาการปวดศีรษะได้ (ราก, หัว)[4]
  8. รากหรือหัวสบู่เลือดช่วยแก้หืด (ราก, หัว)[4]
  9. ช่วยแก้เสมหะเบื้องบน (หัว, ก้าน)[1]หัวสบู่เลือด
  10. ต้นสบู่เลือดช่วยกระจายลม ขับลมที่แน่นในอกได้ (ต้น)[1],[3]
  11. ช่วยทำให้อุจจาระละเอียด (ดอก)[1]
  12. ช่วยขับพยาธิในลำไส้ (เถา)[1]
  13. ช่วยขับโลหิตระดูของสตรี (เถา)[1]
  14. ช่วยแก้อาการตกเลือดของสตรี อาการมุตกิดระดูขาวหรือตกขาวได้อย่างชะงัด ด้วยการนำหัวมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ สัก 3 แว่น นำมาตำโขลกกับน้ำซาวข้าวหรือสุราให้ละเอียด แล้วคั้นเอาแต่น้ำมาดื่มประมาณ 1 ถ้วยชา เช้า เย็น และก่อนนอน (หัว)[1]
  15. ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (เหง้า)[5]
  16. ใบนำมาใช้ใส่บาดแผลสดและเรื้อรัง (ใบ)[1]
  17. ช่วยฆ่าเชื้อ รักษาโรคเรื้อน (ดอก)[1],[3]
  18. หัวกับก้านใบใช้รับประทานร่วมกับสุรา ช่วยทำให้เกิดอาการชา ผิวหนังอยู่ยงคงกระพัน ถูกเฆี่ยนหรือตีไม่เจ็บไม่แตก แต่เมื่อหมดฤทธิ์ยาแล้วจะเกิดอาการเจ็บภายหลัง นักเลงสมัยก่อนนิยมใช้กันนัก (หัว, ก้าน)[1],[4]
  19. หัวนำมาใช้ต้มดื่มช่วยแก้อาการปวดเมื่อยได้ (หัว)[4]
เอกสารอ้างอิง

  1. สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.rspg.or.th.  [10 พ.ย. 2013].
  2. หนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย.  สวนพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้.  (เต็ม สมิตินันทน์).
  3. หนังสือสมุนไพรไทยตอนที่ 7.  ส่วนพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิชาการป่าไม้ หอพรรณไม้ กรมป่าไม้.  (ก่องการดา ชยามฤต).
  4. ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.bedo.or.th.  [10 พ.ย. 2013].
  5. พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.sci.psu.ac.th.  [10 พ.ย. 2013].

https://medthai.com/