โนรา

Responsive image
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ เสนอแนะ

ระบบจะตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง
ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะและข้อมูลเพิ่มเติม เราจะนำข้อมูลของท่านไปพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น


โนรา ชื่อวิทยาศาสตร์ Hiptage benghalensis (L.) Kurz  ส่วนอีกข้อมูลระบุว่าเป็นชนิด Hiptage benghalensis var. benghalensis โดยจัดอยู่ในวงศ์โนรา (MALPIGHIACEAE) 


สมุนไพรโนรา มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า สะเลา (เชียงใหม่), พญาช้างเผือก (แพร่), กำลังช้างเผือก (ภาคเหนือ), แหนปีก (ภาคอีสาน), กะลังจ่าง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) เป็นต้น 


ลักษณะของต้นโนรา

ต้นโนรา จัดเป็นไม้พุ่มหรือไม้เถาขนาดใหญ่ สามารถเลื้อยไปได้ไกลและรวดเร็ว (เลื้อยไปได้ไกลประมาณ 10 เมตร) เถาเป็นสีเขียว ลักษณะกลมเกลี้ยง เนื้อไม้แข็ง ลำต้นแตกกิ่งก้านเล็กและห้อยลง (บ้างว่าแตกกิ่งก้านสาขามาก) ทรงต้นมีรูปร่างไม่แน่นอน ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการตอนกิ่ง แต่จะนิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอนกิ่ง เพราะออกรากได้ง่ายและไม่จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนช่วย สามารถพบได้ตั้งแต่ประเทศอินเดีย จีน มาเลเซีย รวมถึงประเทศไทย ซึ่งในประเทศไทยจะพบได้ทุกภาค โดยจะขึ้นตามป่าผลัดใบ ป่าดิบเขา และป่าชายหาด ตั้งแต่ระดับใกล้น้ำทะเลไปจนถึง 2,000 เมตร 


สรรพคุณของโนรา

แก่นโนราเป็นยาอายุวัฒนะ (แก่น)[1]

แก่นใช้ดองเป็นยาบำรุงกำลัง (แก่น)[2]

แก่นและเปลือกต้นเป็นยาบำรุงโลหิต (แก่น, เปลือกต้น)[4]

แก่นมีรสร้อนขื่น ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (แก่น, เปลือกต้น)[4]

ช่วยทำให้เจริญอาหาร (แก่น)[1]

ช่วยแก้อาการก่อนเพลีย (แก่น)[1]

ช่วยขับลม แก้อาการจุกเสียดแน่นเฟ้อ (แก่น)[1]

แก่นใช้ดองกับเหล้าเป็นยาบำรุงกำหนัด (แก่น)[1],[4]

เปลือกต้นนำมาตำพอกใช้รักษาแผลสด (เปลือกต้น)[2]

ใบมีรสร้อนขื่น ใช้เป็นยาแก้โรคผิวหนัง[2] รักษาหิด รูมาติก (ใบ)[4]

แก่นและเปลือกต้นเป็นยาบำรุงเส้นเอ็น (แก่น, เปลือกต้น)[4]


อ้างอิง : https://medthai.com/%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2/